สำหรับเรื่องที่จามาบ่นวันนี้ แต่น...แตน...แต๊น  ขอให้นักเรียนักศึกษาทั้งหลายพึงสังวรณ์ไว้และรวมถึงคนไทยทุกคนด้วยว่าบ้านเมืองมันเปลี่ยนอะไรๆก็ย่อมเปลี่ยน อย่าได้คิดเอาเองและอย่าเชื่อในสิ่งที่อดีตเคยเป็นมาเป็นอันขาด!!!! พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนว่าให้อยู่กับปัจจุบันนี้คือเรื่องจริง  สังคมไทยเชื่อว่าครูเป็นอาชีพที่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีมีจรรยาบรรณที่ดีเพื่อทำให้ลูกหลานเป็นคนดี  นั่นคือสมัยโบราณกาลที่พ่อแม่เราเชื่อๆต่อกันมาแต่ในเมื่อโลกเปลี่ยนไป  อย่าพึงเชื่อแบบนั้นไปตลอด  ปัจจุบันสิ่งยั่วยุแฟชั่นทางสังคมเกิดขึ้นใหม่ไม่เว้นในแต่ละวันไม่ใช่ว่าผมจะดูถูกอาชีพตัวเองหรืออย่างไรแต่นี่คือความจริงครับ  ครูทุกคนก็เป็น คน นะครับ  ฉะนั้นเรื่องการคิดอกุศลมีแน่นอนแม้แต่ตัวผมเองก็เถอะ  สมัยก่อนครูมีจรรยาบรรณมากก็ด้วยการสั่งสอนที่ดีสิ่งยั่วยุก็น้อยพอไหวนะผมว่าไม่มีแบบ  มองผ่านไปทางไหน วะ...วะ...ว้าว ทางนั้นแบบเดี๋ยวนี้  สิ่งที่ครูกับพระแตกต่างกันก็มีเยอะ เป็นต้นว่า

 1.  พระมีศีล 225 ข้อ ครู ถือ 5 ข้อ  225 ยังแหก นับประสาอะไรกับ 5 ข้อ

 2. พระมีเวลาสงบใจปลีกวิเวกครูเอาเวลาที่ไหนสงบใจในเมื่อรบกับเด็กทั้งวัน 

 3. พระอยู่เฉยๆก็มีข้าวกินครูอยู่เฉยๆอดตายครับ

 4. พระประพฤติผิดโดนแค่จับสึกครูทำผิดโดนไล่ออกบันทึกความประพฤติ

   เอา 4 ข้อก่อนละกันเบาะๆจริงๆแท้แล้วยังมีอีก  จากข้างต้นก็เห็นแล้วว่าคนเรามันก็กิเลสตัณหาทั้งนั้นล่ะครับดังนั้นการที่จะช่วยให้สังคมอยู่อย่างถูกต้องตามครรลองจำเป็นต้องช่วยๆกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่โยนความรับผิดชอบให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นต้นว่า เป็นครูต้องเป็นคนดีนะต้องมีจรรยาบรรณนะแต่ในขณะนั้นคนพูดเปิดหวอต่อหน้าครู  แบบนี้ต่อให้พระยังยากที่จะทนไหวนะครับ จริงอยู่ที่คงมีส่วนใหญ่ที่ไม่กล้าทำอะไรเพราะเค้ากลัวเดือดร้อนเช่นเดียวกับผมเอง  แต่ถามว่าคุณโดนอะไรบ้างในความคิดของคนที่เป็นครู  แน่นอน อกุศล ใครๆก็คิดผมมั่นใจ คนดีหน่อยเค้าคงจะเตือนคุณแต่ถ้าเจออย่างผมไม่เตือนนะครับเพราะผมถือว่ากำไร  หึหึ  ฉะนั้นจงพึงระวังตนเองไม่เพียงแต่สาวๆหนุ่มก็ควรพึงระวังด้วย  เราทุกคนเป็นคนยังไม่หมดสิ้นความ "อยาก" จงอย่าโยนความรับผิดชอบให้คนอื่น  รับผิดชอบตัวเองให้ดีก่อนที่จะใครใครมารับผิดชอบชีวิตเรานะครับ  วันนี้คุณอาจจะโดนเค้าประสงค์ร้ายทางความคิดเพียงเท่านั้นก็ถือว่าโชคดี  ถ้าเมื่อไหร่เค้าลงมือวันนั้นคุณจะเสียใจแค่ไหน  โปรดทบทวนให้ดี

                                          ด้วยความปราถนาดีที่ไม่ค่อยจะดีของครูรุ่นใหม่ๆนะครับ อะหุๆ

 

           เชื่อหรือไม่ว่าภายในวันเดียวกันเราก็สามารถเจอแจ๊คพอตได้สองหน!!

หลังจากกลับมาจากดูหนังด้วยสภาพที่รู้ตัวว่าจะเป็นข่าวในวันรุ่งขึ้น  เอาน่าคืนนี้ท่องราตรีดีกว่าให้มันรู้ซะบ้างว่าเราก็ฉายาคาสโนวาข้างคลองแสนแสบมาก่อน *0* ได้เวลา 23.00 ผมก็ออกล่าเหยื่อทันทีพอถึงหน้าผับ บริกรสาวก่ะออกมาต้อนรับทันที

        " สวัสดีค่า มากี่คนค๊ะ"

      "อ๋อ คนเดียวจ้ะ ว่าแต่ไม่ตรวจบัตรพี่ก่อนเหรอน้อง (นั่นหน้าด้าน)"

     "อ๋อ..อย่างป๋าเข้าได้เลยค่ะ"

      (ช่ะ...ตุหน้าแก่ขนาดนั้นเลยรึแสรดดด)

     "ขอมุมแจ่มๆ เลยนะน้อง เปิดเรดให้พี่ด้วย"

     ปล. ผับที่หัวหิน 23.00 นี่ถือว่าหัวค่ำมากนะครับไม่ต้องสงสัย ถ้าเป็นกรุงเทพฯ อดแดรกในการเลือกที่นั่ง 1000%

         พอได้เวลาฤกษ์ดีประมาณ 24.00 สาวๆก็เริ่มทยอยเข้ามา  ไอ้ผมก็กึ่มๆได้ที่ละล่ะ  ทันที่ที่เหลือบไปทางขาวมือ เป๊ะ !!! เป้าหมายถูกพบแล้วสองสาวมาเที่ยว วะ....วะ..ว๊าว  ผมก็จัดแจงควงแก้วเหล้าไปทำความรู้จักทันที *0*

          "สวัสดีคร้าบ คนสวย ฮ่าๆเฮ่อๆ มากันสองคนเหรอคร้าฟฟ"

         "อ๋อ เปล่าค่ะมากันสามคนพอดีเพื่อนอีกคนยังไม่เข้ามาน่ะค่ะ"

         "อ๋อ เหรอครับไม่ทรับว่าชื่ออะไรกันบ้างครับเนี่ย"

         " ชื่อ นิด ค่ะ เพื่อนอีกคนชื่อ จอย"

      (บ๊ะ ชื่อน่ารักด้วยเฟ้ยยย...ยังงี้ไม่ได้เบอร์ไม่ได้แร้นนนน)

          "งั้น เดี๋ยวคืนนี้ขอผมเลี้ยงนะครับ แล้วเพื่อนอีกคนมารึยังเอ่ย"

         " อ้อ เดินมาโน่นแล้วค่ะ"

   ทันทีที่ผมเหลียวหลังไปผมก็สะดุดตากับชายหนุ่มผู้หนึ่งผมยาวล่ำสันหน้าตาจัดได้ว่าหล่อ(ต่น้อยกว่าผมเยอะ   วะฮ่าๆๆๆ )  เหมือนเจอกับบุคคลหน้าคล้ายอันเสียจริงๆ

          "เอ๊ะ ...นั่นน นาย xxxx ( ขอสงวนนามเด็กละกันเนอะ)"

         "เอ้า  อาจารย์สวัสดีครับ นั่นแน่มาปล่อยแก่เหรอ"

        (ง่ะ งานเข้าแล้วตู)

        "อ๋อ ก็นิดหน่อยพอดีเครียดๆๆ แล้วนี่เพื่อนเหรอ"

        "แฟนผมต่างหากล่ะครับ = = แน่ะห้ามจีบนา"

    โลกนี้ช่างมืดมนนนนนนนนนนนนนน เหลือเกินละพี่ทั่น ไอ้หมอนี่ทีเรียนละไม่เอาอ่าว แต่ไหงสาวตรึมวะอิจฉามานเฟ้ยยยยยย  ถึงกับเซ็งเลยล่ะพี่น้อง

         "อ้าวเหรอ  งั้นเดี๋ยวผมไปนั่งที่โต๊ะก่อนนะ เดี๋ยวมื้อนี้ผมเลี้ยงเอง"

   ผมเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยความเซ็งสุดๆเลย หน้าแหกทากาวตราช้างก็คงเอาไม่อยู่  เหล้าวันนั้นรู้สึกว่าจืดมากกก ก็เลยมาคิดๆนะว่าคนบางคนมันไม่ได้เรื่องอย่างหนึ่งมันอาจจะเทพอีกอย่างก็เป็นได้เนอะ คงจะเปนแบบทีใครทีมัน (ใครไม่เคยกินเหล้าคนเดียวไม่รู้หรอกว่าเศร้าแค่ไหน อะฮึๆๆ)

  ปล. ของมึนเมาไม่ดีต่อสุขภาพและตายผ่อนส่ง***** แต่ตุก้ไม่รีบตายหรอกนะจ่ายหนเดียวเดี๋ยวพยายมดีใจค่อยๆผ่อนละกันนะ 

   พอถึงห้องออกข้อสอบด้วยอารมณ์สุดโหด งวดนี้มีซ่อมยาวว หึหึหึหึหึ (อ้าวแค้นฝังหุ่นนี่หว่า)

 

เมื่อคุณครูออกเที่ยว!!!

posted on 11 Jul 2009 20:59 by masterdoc

 

 

                        ไม่น่าเชื่อว่าแค่การไปเที่ยวก็เป็นปัญหาสำหรับอาชีพครู

       คนเราเมื่อมันทำงานถึงจุด peek มันก็มีอาการอยากแรดเป็นธรรมดาใช่ไหมครับ แน่นอนว่าผมก็เป็นคนหนึ่งล่ะ

และเพื่อเป็นการผ่อนคลายหัวสมองก่อนที่จะลงมือพิฆาตลูกศษย์ในอีกสัปดาห์ข้างหน้าผมคิดว่าจะไปดูหนังสักเรื่องหนึ่ง

ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นรถ start เครื่องเตรียมบึ่งตรงไป ณ Major โดยด่วนพอถึงหน้าโรงโอ๊ะแหมผู้คนมากมายหลาก

หน้าหลายตาซะจริงๆสมแล้วที่มุดอยู่แต่ในรูเดือนกว่าเอาน่ะวันนี้มี ICE AGE เราก่ะชอบการ์ตูนอยู่แล้วบึ่งซื้อบัตรด่วน

"สวัสดีค่า major cineplex ยินดีต้อนรับค่ะ อ้าว อาจารย์สวสัสดี

คคร่า" "สะ...สวัสดี..ครับ เฮ้ยใครวะรู้จักตูด้วย"

"อ่อ ...จารย์จำหนูได้ไหมนู๋เรียนคณะ.....บลาๆๆ

ๆๆๆ" "อ่อเหรอครับบ  อ๊ะใช่ๆๆๆๆ (เนียนไปได้ที่จริงกรุนึกม่ายออกเร้ยยย

วันนึงๆเจอหน้าเด็กเป็นร้อยๆคน = = กลัวสาวๆเสียใจซะด้วยสิ)"  

        "แล้วอาจารย์จะดูเรื่องไหนล่ะค๊ะ"

        "อ่า.....ICE AGE น่ะจ้ะ"

       "ว๊ายย....อาจารย์ชอบดูการ์ตูนเหรอค๊ะ..เพิ่งรู้ว่าแอ๊บแบ๊วด้วย"

       "...................(อายดิคับผม แล้วกรุดูการ์ตูนมานผิดชั่ยมั๊ย TTwTT)"

     "นี่ค่ะตั๋ว 200 บาทค่ะไม่ลดให้นะ"

    "............(พลาดจริงๆวันนี้ไม่น่าเลยพร้อมกับจ่ายไป 200)"

   แต่มันยังไม่จบแค่นี้น่ะสิครับ   บังเอิญว่าผมเข้าโรงหนังช้าหลังซื้อบัตรกับหอบป๊อบคอร์นกับเป๊บซี่อีกหอบหนึ่งเข้าไปด้วยกะปลดปล่อยเต็มที่  ก่อนหนังจะเริ่มฉายต้องมีเพลงสรรเสริญขึ้นมาใช่ไหมครับและแล้วเหตุการณ์อันไม่น่าจะเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นตอนกำลังจะนั่งลงนี่แหละครับ

"เฮ้ยๆๆๆๆๆ  จารย์มาว่ะๆๆๆๆๆ"

"สวัสดีคร้าบ  ค่ะ อาจารย์!!!"

  ผมสะดุ้งเฮือก!!!!! หนึ่งเลยล่ะครับ  คิดในใจอยู่ว่า บะ...บรรรยากาศช่างคุ้นเคยยิ่งนัก พอหันไปรอบตัว 80% ของโรงหนังแม๊มลูกศิษย์กรูหมดเลยอ้า เวรกรรม  คนที่เหลือเค้าก็มองแบบมึนงงมากว่าไอ้บ้านี่ใครวะยิ่งกว่าพระอีกแม่มไหว้กันทั้งโรงหนังเลย  จากผมว่าหน้าด้านๆละนะก็อายเป็น็วันนี้ละครับ..... และเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้เวลาหนังจบไม่อยากจะคิดเลยครับว่าอะไรจาเกิดขึ้น

                                                                                                      มีต่อ part II นะครับ พอดีงานเข้าไว้เขียนพรุ่งนี้

ปัญหาคุณครูติดเกมส์ = =!

posted on 10 Jul 2009 22:32 by masterdoc

ปัญหาโลกแตกของกระทรวง ICT และผู้ปกครองทั้งหลายล่ะครับ

ผมคนนึงที่ค้านหัวชนฝาล่ะครับว่าอย่าไปโทษสื่อมันอยู่ที่"คน"

ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้คอมพิวเตอร์มาในยุคแรกๆเช่นกันครับและแน่นอนก็ติดเกมส์

จนทุกวันนี้จะเรียน ปริญญาเอกก็ยังเล่นอยู่  ท่านมารดาอันเป็นสุดที่รักก็ให้พรทุกครั้งที่นั่งโม่เกมส์

"เมื่อไหร่จะเลิกเล่นได้ซะทีแก่แล้ว จะเป็นดร.อยู่แล้วยังนั่งเล่นเกมส์อยู่อีกอายเด็กมั่งไหม "

ผมก็ตอบไปทุกครั้งว่า เอาน่าเดี๋ยว 30 กว่าๆก็เลิกเองแหละ แต่จริงๆแล้วผมไม่กะเลิกหรอกนะ = =!

มีลูกก็จะแย่งลูกเล่นคอยดูสิเอ้า ก็แหมมันเป็นความชอบส่วนบุคคลละครับ  แต่สังคมบ้านเรามองว่า

มันเป็นปัญหาใหญ่โตมโหฬาร และแก้ปัญหานี้แบบผิดๆเรื่อยมา คอยกีดกันตั้งกฏเกณฑ์มากมาย

แต่เด็กก็คือเด็กนะครับ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุมีกฏก็ต้องมีไว้แหกผมก็คนหนึ่งล่ะ ผู้ใหญ่ก็ควรจะมี

บทเรียนบ้าง เช่น การซ่อนหนังสือโป๊ให้พ้นมือลูก ท่านไม่มีทางทำได้แน่นอนอยู่แล้วผู้ใหญ่

จะคิดว่าเด็กไม่รู้เรื่องหรอกไม่ทันหรอก แต่หารู้ไม่ว่าท่านเองนั่นแหละที่ไม่ทันเด็ก ปัญหาของเด็ก

ที่ติดเกมส์จนไม่รู้ตัวเสียผู้เสียคน ผมคิดว่าส่วนสำคัญที่แท้จริงอยู่ที่การเลี้ยงดูนะครับ เพราะว่า

ท่านเองไม่ได้สนใจบุตรหลานรึเปล่าได้คุยกันบ้างไหม บางท่านตามใจมากไปให้เด็กคิดหาคำตอบ

ด้วยตัวเองมากไปทำให้เค้าไม่ค้นพบความจริงว่าสิ่งไหนจริงสิ่งไหนเท็จ การหมกมุ่นยู่กับสิ่งที่ชอบ

ไม่ใช่เรื่องผิดแต่มันอยู่กับวุฒิภาวะสิ่งแววดล้อมที่เค้าอยู่ท่านให้เค้าพอรึยังต่างหาก ผมเองก็เป็น

คนเล่นเกมส์หนักคนหนึ่งนะครับผมยอมรับเลย  แต่เวลาก็ต้องเป็นเวลาครับบางครั้งเราสามารถ

ทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมๆกันได้ ถ้าท่านเข้าใจจุดนี้กระทรวง ICT ก็ไม่มีความจำเป็นครับไม่ต้อง

รณรงค์อะไรให้วุ่นวายด้วย มันอยู่ที่เราตัวเอง 80% และสิ่งแวดล้อม 20% ครับ แต่จะทำให้ทุกคน

perfect 100% เกิดใหม่ 1000 ครั้งก็ไม่มีครับ เงาะทั้งสวนก็ไม่มีดีทั้งสวนนั่นคือธรรมชาติ อย่า

ไปคิดมากครับมันปวดหัว คนเรามันจะโตขึ้นเองแยกแยะได้เอง แต่มันก็จะช้าเร็วไม่เท่ากัน

หรอกครับ ถ้าท่านอยากให้บุตรหลานโตได้ไวมีความคิดดีๆ หัดคุยกับเค้าบ้าง ให้เค้ารู้ว่าปัจจุบัน

ของตัวเค้าเองอยู่ที่ไหนและจะเกิดอะไรขึ้นได้ในอนาคตและเรื่องเหล่านี้จะหายไป

***** ถึงจะเป็น ผศ. เป็น ดร. ผมก็ยังเล่นต่อล่ะครับใครก็ห้ามไม่ได้ วะฮ่าๆๆ***

 

How To Teacher ?

posted on 10 Jul 2009 13:42 by masterdoc

ดูจากหัวข้อแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องน่าปวดหัวใช่มะครับ  จะว่าอย่างนั้นก็คงไม่ผิดซะทีเดียว

เพราะในตอนแรกเองผมก็ปวดหัวจี๊ดอยู่บ้างเหมือนกันตอนที่รู้ว่าต้องเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ =w=

ผมเป็นนิสิตคณะศึกษาศาสตร์เอกคณิตศาสตร์รุ่นรองสุดท้ายก่อนที่โครงการครูพันธุ์ใหม่(เรียน 5 ปี) จะเกิดขึ้น

ในความคิดในขณะมัธยม  (ทำไมเรียนไม่รู้เรื่องเลยวะถ้าเป็นกรูจะสอนแบบนี้ๆๆๆๆๆ....ฉอดๆๆๆๆ) มันเป็นความ

คับแค้นส่วนตัวขอรับ = = แต่เนื่องด้วยผมเป็นประเภทไม่ค่อยจะเอาไหนเสียด้วยตอนมัธยม  กะเอาดีด้านกีฬาจะมี

วิชาที่พอจะโชว์เขาได้ก็แค่ชีววิทยาล่ะครับก็เลยคิดว่าตั้งใจว่าจะลองเป็นครูสอนชีววิทยาดูสักหน่อย  แต่ชาตินี้

ไม่ขอจะเป็นครูสอนเลขเด็ดขาดเพราะเรียนทีไรก็ตกตลอดตั้งแต่ประถมจนจบม. 6  แต่ยิ่งเกลียดมันก็ยิ่งเจอครับ

ด้วยความซวยของผมหรือความโง่ของตัวเองก็ไม่ทราบได้  เหมือนโดนกับดักดักควายของมหา'ลัยเข้าเต็มเหนี่ยว

กับคณที่เขียนแบบนี้ คณะศึกษาศาสตร์ เอก คณิต -ชีววิทยา (ความคิดผมอ๋อมีวิชาเอกโทแน่เลย

เอาน่าเอ็นทรานซ์สายวิทย์เรียนเลขตัวสองตัวก็จบสบาย)  แต่ในความเป็นจริง แม่เจ้าโว้ย มันดันเอาคะแนน

ชีววิทยาไปยื่นเอ็นทรานซ์เข้าเรียนคณะศึกษาศาสตร์เอกคณิตศาสตร์...........โลกนี้ช่าง

มืดมนยิ่งนัก ทำเอาผมนอนไม่หลับ 1 อาทิตย์เต็มๆ ตอนแรกคิดว่ามีผมคนเดียวที่เข้าใจแบบนี้ผิด เลยไม่ได้สนใจ

กะว่าตายเป็นตาย ขี้เกียจเอ็นทรานซ์ใหม่ แต่กลับมารู้ความจริงทีหลังว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเพื่อนๆในรุ่นเดียวกัน

กับผมโดนดักควายมาเชนเดียวกันอีก 18 ชีวิต = = (แสดงว่ากรูไม่ได้โง่คนเดียวใช่มะ) หลังจากรุ่นผม ทางคณะ

ก็ได้เปลี่ยนหัวข้อการรับสมัครให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เป็น รับสมัครนิสิต คณะศึกษาศาสตร์เอกคณิตศาสร์

โดยเลือกสอบ วิชา ชีววิทยา,ฟิสิกส์, เคมี....... เอ่อแล้วทำไมรุ่นตุไม่บอกแบบนี้รู้แบบนี้ไปเรียนพละดีกว่า.......

****ปล. เรื่องเฮฮายังมีอีกเยอะขอรับกระป๋องกกระแป๋งมากมาย

 *คำเตือน*

              ถึงท่านผู้มาเยือนบล็อกนี้ถ้าท่าคิดว่าจะหวังได้อะไรเป็นชิ้น เป็นอันล่ะก็กรุณาถอยกลับถึงแม้ว่าผู้เขียนจะเป็นถึงครูบาอา จารย์ก็ตาม แต่นี่คือมุมมองของมนุษย์คนหนึ่งที่ทำ หน้าที่ครู ฉะนั้นอย่าเอาค่าธรรมเนียมและรูปลักษณ์โบร่ำโบราณมาเป็นบรรทัดฐานในการอ่านบล็อคนี้เป็นอันขาดขอขอบพระคุณทุกท่านเน้อ _/\_

 

edit @ 9 Jul 2009 23:50:33 by Masterdoc

edit @ 9 Jul 2009 23:51:37 by Masterdoc

edit @ 9 Jul 2009 23:52:02 by Masterdoc

edit @ 10 Jul 2009 00:07:45 by Masterdoc